วันจันทร์ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2553

เปิดเทอม ปี3เทอม1

วันนี้เปิดเทอมเป็นวันแรก เป็นวันที่ร้อนจัง....แดดแรงมากๆๆๆ วิชาแรกของวันนี้คือ ภาษาอังกฤษ วิชานี้ลงเรียนคนเดียวเพราะเพื่อนคนอื่นๆ สอบผ่านกันไปหมดแล้ว เหลือเราคนเดียว ก็เลยต้องลงเรียนคนเดียว พอถึงมอก็ต้องรีบวิ่งไปหาห้องเรียน จบจากวิชานี้ก็มีเรียนวิชาอชญาวิทยาคลีนิค และวิชาเหยื่อวิทยา....กว่าจะจบไปแต่ละวัน ...เหนื่อยมาก อาจเป็นเพราะอากาศอบอ้าว เลยทำให้ไม่มีกระจิตกระใจในการเรียนซักเท่าไหร่....

วันศุกร์ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2553

นึกถึงวันเก่าๆ


วันนี้ตื่นสายเหมือนเดิม ภารกิจแรกของวันคือ "กิน" โดยขอเรียกมื้อนี้ว่า Blunch มาจากคำว่า Breakfast + Lunch 55555 เป็นมาตรการประหยัดได้อย่างดีอีกมาตารการนึง
เช้านี้ก็กินแบบง่ายๆ เอาขิงเหลือๆในตู้เย็นมาผัดๆให้สุก ใส่น้ำปลานิด น้ำตาลหน่อย เอาให้พอมีรสชาติ แล้วก็ราดข้าว กินเสร็จก็ดูทีวี เล่นเน็ตและออกไปธนาคาร เพื่อไปฝากเงินให้แม่ กลับมาจากธนาคารก็แวะซื้อข้าวที่โรงอาหารกลางและกลับบ้าน ก็กลับมานั่งๆนอนๆ ประมาณ 4 โมงเย็นก็กินอีกรอบ 6 โมงเย็นก็ย่างปลาหมึกและกุ้ง กินอย่างอิ่มหนำสำราญ!!!
ดึกๆก็นั่งดูรูปเก่าๆ คิดถึงเรื่องเดิมๆวันเก่าๆ คิดถึงรอยยิ้มในวัยเด็ก ,คิดถึงความไร้เดียงสา,คิดถึงพลังความบ้าในวัยเด็ก ง่ายๆคือ อยากกลับไปเป็นเด็ก มองรูปตัวเองในตอนเด็กแล้วฮามาก ทำหน้าใสซื่อ...5555 ในรูปด้านบนคือพี่ชายเราเอง...อิจฉาง่ะ ตอนเด็กพี่หน้าตาน่ารักเกิ๊นนนนนนน 5555 แต่ถึงยังไงเราก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่กับปัจจุบันให้ดีที่สุด และเรียนรู้ที่จะก้าวสู่อนาคตให้สมบูรณ์ที่สุด



แหมะ !!!! นานๆทีจะมีสาระกับเขาบ้าง ฮ่าๆๆๆๆ

วันพฤหัสบดีที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2553


ไม่ได้เขียนตั้ง 2 วัน...ใช้เวลาไปทำใจอยู่เพราะหมาที่เลี้ยงมาตั้งแต่อยู่ป.5 เป็นหมาที่รักมากที่สุดเพราะ มันจะคอยมาแกล้งและคอยรอรับช้านกลับจากโรงเรียนอยู่เสมอ....มันป่วยตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว แต่ช้านไม่รู้เพิ่งจะรู้ก็ 1 วัน ก่อนที่มันจะไป....คนงานบอกว่ามันเจ็บขาและขาบวมมาก มีหนองด้วย ช้านจึงรีบพามันไปโรงพยาบาลหมาที่ม.เกษตร....หมอเห็นอาการครั้งแรก ก็บอกทันทีว่า เป็นตายเท่ากัน....ทำได้แค่ดูอาการ ให้น้ำเกลือและให้ยาฆ่าเชื้อ ถ้าอาการดีขึ้นก็ต้องตัดขาข้างที่เจ็บทิ้ง แต่ฉันนั่งเฝ้าดูอาการอยู่ประมาณ 10 ชั่วโมง มันก็จากไป....ฉันเศร้ามาก แต่เพื่อนและทุกคนรอบข้างก็ให้กำลัง...... หลักจากนั้น 1 วัน เพื่อนๆก็คอยมาคุยเป็นเพื่อน นั้นก็ช่วยสร้างรอยยิ้มให้ฉันได้มากทีเดียว ถึงเวลานี้ก็เริ่มทำใจได้แล้ว....คิดว่า ถ้ามันอยู่ต่อไปมันก็จะทรมานเปล่าๆ

วันจันทร์ที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

วัน(ที่เหมือนจะ)ว่าง...


เช้านี้ ตื่น 10.45 ไปมหาลัย...เพื่อไปสอบถามอาจารย์ภาควิชา ภาษาญี่ปุ่นว่า ฉันนั้นสามารถที่จะลงทะเบียนเรียนตัวไหนได้บ้าง ...ขึ้นตึกไปที่ห้องภาควิชาได้เหมาะเหม็งมากๆเพราะ อาจารย์ภาควิชายุ่นเพิ่งจะประชุมเสร็จกันพอดี ก็เข้าไปถาม เมื่อเสร็จจากนั้นก็ตัดสินใจไปเดินเล่นกันที่ Central ลาดพร้าว(ขยายเวลาเปิดถึงเดือน ก.พ.54) แล้วก็นั่งรถเมย์กลับมาที่ม.เกษตร และแยกย้ายกันกลับบ้าน
เย็นวันนี้มีสิ่งทีั่ต้องทำคือ ไปซื้อของเตรียมจัดสัมนาของที่ทำงานแม่....ไปหาซื้อของที่ Macro หลักสี่ กว่าจะถึงก็เกือบค่ำ เพราะรถติดมากๆๆๆๆ หงายมือนาฬิกา โอ้ว!!!! 2 ทุ่มแล้ว......เวลาเดินเร็วเว่อๆๆๆๆ
ซื้อของเสร็จก็ได้เวลากลับบ้าน....ข้าวเย็นวันนี้คือ ข้าวมันไก่และน้ำมะนาวโซดา

วันอาทิตย์ที่ 30 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

อ้อมกอดนนทรี

เริ่มกันเลย!!!



น้องๆโดนทำโทษ

วันนี้เป็นวันแรกที่ฉันตัดสินใจ ทำ Web blog ของตนเอง หลังจากที่ได้อ่าน Web blog ของคนอื่นมานานพอสมควร
ฉันตื่นเวลาประมาณ 9 โมง เพราะต้องไปช่วยงานที่คณะสังคมศาสตร์ ม.เกษตร ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยที่ฉันศึกษาอยู่ เมื่อไปถึงเพื่อนๆทุกคนกำลังดำเนินกิจกรรมรับน้องอยู่(ฉันไปสาย อีกแล้ว) ฉันและเพื่อนของฉันอีกคน กลายเป็นคนแปลกหน้าในทันที เพราะเพื่อนคนอื่นๆได้นัดกันใส่กางเกเลสีแดงแต่ฉัน ใส่กางเกงเลสีเขียว!!! แต่ก็มิได้แคร์อะไรเลย เรามาเพื่อมาเต้นค่ะ เต้นเอามันส์.....เต้นในที่นี้ ก็คือ การเต้น Entertain รุ่นน้อง ...พวกเรามีชื่อของกลุ่มลักษณะนี้ว่า กลุ่มสันทนาการ.....
ฉันเป็นสันทนาการเก่า ที่ต้องบอกว่าเก่า เพราะฉันล้างรา วงการเต้นไปนานพอสมควร เนื่องด้วยฉันมีปัญหากับการแบ่งเวลา แต่ก็มิได้หวั่น...วันนี้พกความมันใจมาเกินร้อย....เมื่อเสียงกลองดังขึ้น วิญญาณแด๊ะแดของเขาสิงทันที ฉันเต้นด้วยความบ้าระห่ำ กรี๊ดตามจังหวะเสียงกลอง าบงทีก็เสียงดังเกินไปจน เพื่อนๆด้วยกันเองยังงง และหันมาถามว่า "ไหวมั๊ย" 555
สิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่นี้ บางคนอาจจะมองว่าเป็นความบ้า ไร้สาระ แต่ฉันเห็นว่า มันเป็นการต้อนรับน้องๆนิสิตใหม่ทุกคนด้วยความสนุกสนานร่าเริง และการเต้นสันทนาการนี้ให้อะไรฉันมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เพื่อนใหม่ๆ ,การฝึกความอดทน ,การออกกำลัง หรือจะเป็นการลดความอ้วน เป็นต้น

หลังเสียงกลองรอบสุดท้าย พวกเราก็ยังบ้ากันไม่เลิก จึงลุกขึ้นมาแจวเรือกันต่อ แจว แจว แจว แจวแจว แจว มะ แจว จ้ำ จึก น้ำนิ่งไหลลึกนึกถึงคนแจว แจวเรือจะไปซื้อขัน....ขอเชิญพี่สันฯลุกขึ้นมาแจว....